Saturday, May 2, 2009

Nissan Frontier Navara แรงโดนใจขาปิกอัพ








เงื้อง่ามาเนิ่นนาน ปล่อยให้บรรดาขาประจำแฟนปิกอัพนิสสันตัวจริงและขาจรที่ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวรอคอยมาร่วม 2-3 ปี จนในที่สุดปิกอัพโมเดลใหม่ไซส์ใหญ่ Nissan Frontier Navara ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวทำตลาดเมื่อต้นปีหมูทองที่ผ่านมา งานนี้พอเปิดตัวปั๊บ กระแสตอบรับดีทันตา เพราะด้วยความใหม่สดซิงและเป็นปิกอัพที่เก็บเอาจุดเด่นต่างๆ ของค่ายคู่แข่งมาผสมผสานใส่ลงในคันนี้ จนทำให้บอสใหญ่ของนิสสันปลื้มถึงกับแสดงควมมั่นใจว่าจะเป็นรถธงที่จะมากูชื่อให้บริษัท สามารถทำยอดขายไต่อันดับปิกอัพที่ขายดีอันดับต้นๆ ในตลาดเมืองไทยเลยทีเดียว ล่าสุดกับการทดสอบสมรรถนะที่จังหวัดเชียงใหม่ทั้งในรูปแบบการขับขี่ออนโรดและออฟโรดในสนามจำลอง อีกทั้งมีโอกาสพูดคุยกับสองผู้บริหารดีลเลอร์ใหญ่ของเมืองเชียงใหม่ไม่ว่าจะเป็น ดร.นิตย์ วังวิวัฒน์ จันทรมังกร แห่งนิสสัน นอร์ทเวฟ บอกกับผมว่า แค่เปิดตัวแนะนำไม่ถึงอาทิตย์ทำยอดจอง ยอดขายทะลุเป้าดีเกินคาดได้กว่าแห่งละ 30 คัน ตกถึงวันนี้คงจะทะลุเป้าเกินแห่งละ 50 คันเป็นอย่างน้อยแน่
โฉมแกร่งอเมริกันสไตล์ภายในเนี๊ยบดีไซน์ลงตัว
จุดเด่นของปิกอัพนี้ ที่มีเหนือกว่าคู่แข่งแบบเห็นชัดๆ คือรูปลักษณ์ใหม่ขึ้น กระจังหน้าใหญ่ ไฟหน้าซีนอนพร้อมไฟตัดหมอกโป่งล้อใหญ่ฝาท้ายมือจับแบบ One Touch พร้อม กรอบสีดำวี ห้องโดยสารกว้าง เบาะนั่งสบาย ในรุ่น King Cab ประตูแค็บเปิดได้ คอนโซลหน้าแบบรถ SUV เครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ พวงมาลัย 3 ก้าน คล้ายสปอร์ต 350z ปรับสูงต่ำได้กระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติพร้อมเข็มทิศ Digital ที่เปิดถังน้ำมันแบบไฟฟ้า ที่ปัดน้ำฝนหน่วงเวลาสัมพันธ์กับความเร็วรถที่ใช้ใน Tiida จากจุดเด่นของรูปลักษณ์ที่ดูแข็งแกร่งในสไตล์ปิกอัพอเมริกัน คือสูงใหญ่ บึกบึน และเอาใจใส่ต่อการออกแบบภายในห้องโดยสารที่ดูดีมีระดับผิดแปลกไปจาก Nissan Frontier ตัวเก่ารุ่นพี่ที่เพิ่งปิดไลน์ผลิตไป ก่อนหน้านี้ แบบราวฟ้ากับดิน ที่สื่อถึงความเป็นสปอร์ต และมุ่งหวังในการตกแต่งภายในให้เอื้อประโยชน์ต่อการใช้งานพร้อมทั้งความสะดวกสบายต่อการขับขี่และนั่งโดยสาร จนทำให้กลายเป็นปิกอัพที่มีความโดดเด่นเหนือกวาคู่แข่งด้วยกันแทบทุกค่าย

กล่าวโดยสรุปแล้ว รูปลักษณ์ใหม่เร้าใจ ใหญ่ขึ้นทุกมิติ กระจังหน้าขนาดใหญ่ ไฟหน้าซีนอน แบบปรับระดับได้พร้อมไฟตัดหมอก Short Overhang โป่งล้อ (Fender) ขนาดใหญ่ขึ้นรูปจากตัวรถ ฝาท้ายโดดเด่น มือจับแน่น One Touch พร้อมกรอบสีดำ รูป V-Shape ไฟท้ายโดดเด่น ห้องโดยสารกว้างขวางเบาะขนาดใหญ่นั่งสบาย รุ่น King Cab ประตูแค็บสามารถเปิดได้ คอนโซลหน้าสวยงามแบบรถ SUV ติดตั้งวิทยุ ซีดี 6 แผ่น เล่น MP3 ได้ พวงมาลัยแบบ 3 ก้าน ทรงเดียวกับรถสปอร์ต 350z ปรับสูงต่ำได้ กระจกมองหลังแบบตัวแสงอัตโนมัติ พร้อมเข็มทิศ Digital ที่เปิดถังน้ำมันแบบไฟฟ้า ที่ปัดน้ำฝนมีระบบแบบหน่วงเวลา ที่สัมพันธ์กับความเร็วของรถ (ระบบเดียวกับ Tiida) ระบบแอร์ แบบเร่งความเย็นเร็วสูง ช่วยให้ห้องโดยสารเย็นเร็วขึ้น

ขุมพลังแรงจัดจ้าน
โดยเฉพาะขุมพลังในการขับเคลื่อนที่ติดตั้งเครื่องยนต์ YD25DDTi Commonrail 2500 ซี.ซี. 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไดเรกต์อินเจคชั่นคอมมอนเรล ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์เทคโนโลยีล่าสุดมีให้เลือก 2 รุ่น คือขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ YD-174 Commonrail ใช้งานสมบุกสมบัน กำลังสูงสุด 174 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 403 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบ/นาที และเครื่อง YD-144 Commonrail ใช้ในชีวิตประจำวันและงานบรรทุก เน้นประหยัดน้ำมัน ให้กำลังสูงสุด 144 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 356 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที ทำงานผสานเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ยิ่งในรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 สปีด เจ้าแรกในกระบะเมืองไทย ที่นำเอาเทคโนโลยีกระบะเมืองไทย ที่นำเอาเทคโนโลยีนี้มาใช้ รวมถึงเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด หากไม่โดนค่ายฝาแฝด ฟอร์ดกับมาสด้าชิงเปิดตัวตัดหน้าไปเสียก่อน คงเป็นจุดขายที่เอาไปคุยให้ขาประจำปิกอัพรับรู้กันได้

ดีเซล 6 สปีด รายแรกของโลก !






เกียร์ MT 6 สปีดเจ้าแรกในไทย เกียร์ AT 5 สปีดขับสนุกไม่แพ้กัน
จุดเด่นของเกียร์ธรรมดา 6 สปีดนี้ มีอัตราทดกว้างขึ้น ปรับเพิ่มอัตราทดเกียร์ช่วงเกียร์ต่ำ (เกียร์ 1-4) เพื่อทดรอบเครื่องให้ได้แรงบิดและกำลังสูงขึ้น โดยไม่ต้องกดคันเร่งมาก ทำให้ประหยัดน้ำมัน อัตราทดเกียร์สูง (เกียร์ 5-6) ที่กว้าง เมื่อทดกับอัตราทดเฟืองท้ายต่ำ มีรอบเครื่องที่ต่ำช่วงความเร็วสูง ส่วนในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ที่มีโอเวอร์ไดรฟ์ในตัว ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ และนำเอาจุดเด่นของระบบเกียร์ในรถสปอร์ตรุ่น 350z มาใช้งานร่วม ส่งผลให้เปลี่ยนเกียร์ทุกความเร็วรอบได้อย่างนุ่มนวล เครื่องยนต์มีกำลังที่ต่อเนื่องทุกเกียร์และประหยัดน้ำมัน ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-Time พร้อมลิมิเต็ดสลิปก็เช่นกัน ติดตั้งระบบ All Mode Switch 4x4 ในรุ่น 4x4 ใช้งานง่าย ระบบช่วงล่างไมต้องกังวลเพราะยี่ห้อ Nissan Frontier การันตีอยู่แล้ว แชสซีแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันยังได้พัฒนาระบบกันสะเทือนขึ้นมาใหม่ให้มีความนุ่มนวลขึ้น ไม่ว่าจะขยายความยาวแหนบฐานล้อที่กว้างขึ้น พร้อมติดตั้งระบบคอยล์สปริง ปัจจัยในระบบเกียร์ที่ส่งผลให้มีอัตราเร่งและประหยัดน้ำมันสูงสุด คือ อัตราที่กว้างขึ้น และเกียร์ 6 จังหวะ ทำให้สามารถเลือกใช้เกียร์ได้อย่างเหมาะสมกับการใช้งานในทุกสภาวะการขับขี่ ปรับเพิ่มอัตราทดเกียร์ในทุกสภาวะการขับขี่ ปรับเพิ่มอัตราทดเกียร์ในช่วงเกียร์ต่ำ (เกียร์ 1-4) เพื่อทดรอบเครื่องยนต์ให้ได้แรงบิดและกำลังที่สูงขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องกดคันเร่งมาก ในช่วงออกตัวและการขับขี่ในเมือง ทำให้ประหยัดน้ำมันขึ้น อัตราทดเกียร์สูง (เกียร์ 5-6) ที่กว้าง เมื่อทดกับอัตราทดของเฟืองท้ายต่ำ มีรอบเครื่องยนต์ที่ต่ำในช่วงความเร็วสูง ส่วนจุดเด่นของระบบขับเคลื่อนมีระบบ All Mode Switch 4x4 ในรุ่น 4x4 ใช้งานง่าย เพียงแค่หมุนสวิตช์ควบคุมก็สามารถปรับเข้าโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อได้ เป็นระบบ Part-Time สามารถเลือกโหมดการขับได้ ชุดเฟืองท้ายมีครีบระบายความร้อน ยืดอายุชิ้นส่วนและน้ำมันเฟืองท้าย จุดเด่นของระบบช่วงล่างนั้น แชสซีแบบชิ้นเดียว มีขนาดใหญ่ กันสะเทือนหน้าแบบอิสระปีกนกคู่พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ให้ความนุ่มนวลสูง ขนาดของแหนบยาวขึ้นเพื่อรองรับน้ำหนักได้ดี และนุ่มนวลมากขึ้น ฐานล้อขยายกว้างที่สุกและยาวที่สุดยึกเกาะถนนดีเยี่ยม

สมรรถนะเฉียบ...ขุมพลังแรงเหนือใคร...ออนโรดขับสนุก...ออฟโรดค่อนข้างยวบ...
การทดสอบครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ภาค และดูจะเป็นการทำงานที่เป็นระบบมากขึ้นของนิสสัน สำหรับการจัดทดสอบวันแรกเริ่มทดสอบการขับขี่ในสนามออฟโรด ซึ่งมีด่านโหดๆ ให้ได้ประลองฝีมือคนขับและสมรรถนะรถ เช่น ทางตะแคง ทางลาดชัน ลุยน้ำ หลุมบ่อ เนิน สลับ การขับข้ามร่องไม้ โดยมีรถรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ ทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และอัตโนมัติ 5 สปีด และด้วยแรงบิดอันมหาศาล การขับขี่ออฟโรดเรียกว่าราบรื่น ไม่มีปัญหาอะไร แต่มีข้อติติงอยู่ว่าระบบช่วงล่างทั้งนิ่มทั้งยวบและโยนตัว

การขับทดสอบในวันที่สอง ดูจากโปรแกรมที่ทีมงานเซตมาให้ เรียกว่าให้ขับรถกันแบบเต็มๆ และแม้จะเป็นการขับทดสอบบนทางออนโรดก็ตาม แต่เส้นทางที่ใช้ในการทดสอบค่อนข้างโหด เหมือนกัน (อ.เมืองเชียงใหม่-อ.เชียงดาว-อ.พร้าว-อ.สันทราย-อ.เมืองเชียงใหม่) ระยะทาง 200 กว่ากิโลเมตร ที่มีทั้งทางลาดชัน ทางโค้ง ทางแคบ บนดอยและทางตรงให้ลองกันเต็มที่ พร้อมกับเก็บรายละเอียดตัวรถและการใช้งานไปในตัว
การทดสอบขับในช่วงนี้ต้องบอกว่า Navara เป็นปิกอัพที่มีสมรรถนะแรงตอบสนองการขับขี่ได้ดี ในเกียร์ธรรมดา 6 สปีดแรกๆ เข้าเกียร์ง่าย เรียกแรงบิดได้ทันใจ แต่อาจทำให้หลงเกียร์บ้าง (เนื่องจากเพิ่งลองใช้เป็นครั้งแรก) แต่ขับๆ ไปก็เพลินดี ขณะที่แป้นคลัตช์ดูจะตั้งระยะสูงไปหน่อย ขนาดว่านักข่าวที่ทำหน้าที่เป็นนักทดสอบแทบทุกคนออกตัวเป็นดับ ยิ่งขับไต่ทางชันสูงๆ และต้องเชนจ์เกียร์ลงต่ำเพื่อเรียกรอบเรียกกำลังเครื่อง พาลดับกลางเนินสูงๆ เอาดื้อๆ แต่เชื่อว่า หากทำความคุ้นเคยสักพักน่าจะคล่องขึ้น หรือหากทางโรงงานปรับตั้งระยะคลัตช์เสียใหม่จะยิ่งโอ.เค.มากขึ้น

ส่วนในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ที่ให้ความสะดวกสบายขึ้น แม้ต้องใส่คิกดาวน์เพื่อช่วยส่งแรงแต่ก็แค่นิดหน่อย ที่สำคัญสเตปเกียร์อัตโนมัติที่มี D-3-2-1 ช่วยให้ขับสนุกได้ดีไม่แพ้เกียร์ธรรมดา จุดที่น่าติคือ เสาอากาศวิทยุ สงสัยคงลืมย้ายหลังจากเปลี่ยนพวงมาลัยซ้ายมาเป็นขวา Nissan Frontier Navara รุ่นทั้งคิงแค็บแบบประตูบานตู้กับข้าวและดับเบิลแค็บ 4 ประตู ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ สนนราคาเริ่มต้นที่ 569,000 – 849,000 บาท ชอบรุ่นไหนสไตล์ใดตัดสินใจเอาล่ะกัน

TCM ออโต้ 5+1 A/T..."อัจฉริยะ"...แท้จริง



TCM ออโต้ 5+1 A/T..."อัจฉริยะ"...แท้จริง สำหรับความ "สมบูรณ์นิยม" ผู้ที่ต้องการ "อัตตา" สะดวกสบายในการขับขี่ แน่นอนครับ ด้วยระบบเกียร์ออโต้ 5 A/T พร้อมโอเวอร์ไดร์ฟ (เกียร์ทางไกลใช้ลดรอบเครื่องยนต์) ที่คงให้อัตราทดชิด (Close Ratio) ตามลักษณะนิสัย "ไหลเร็ว" ยังส่งผลเกียร์ A/T ของ NAVARA ใหม่ ที่ควบคุมด้วย "สมองเกียร์" TCM (Transmission Control Module) ที่ป้อนอัตราทดราบเรียบต่อเนื่อง ปราศจากอาการ Lock-Up เพราะอย่าลืมว่าเมื่อคุณตั้งใจจะเป็นนักกีฬาที่คล่องแคล่ว ทุกจังหวะการเข้าทำย่อมมีความหมาย ความนุ่มนวลต่อเนื่องปราศจากอาการ Power strokes กระตุกกระชากในการเปลี่ยนเกียร์ทุกความเร็วรอบ และแน่นอน อาการ "หย่อน" ของพลังเครื่องยนต์จะไม่ปรากฏ ทั้งยังให้กำลังต่อเนื่องในทุกเกียร์ ส่งผลให้การประหยัดน้ำมันเด่นชัดขึ้น โดยระบบเกียร์จะควบคุมละเอียดยิบ กล่องคอมพิวเตอร์ TCM (Transmission Control Module) ที่ฉลาดกว่า สามารถเรียนรู้, บันทึก,และปรับสภาพการเปลี่ยนเกียร์ตามกิริยาอาการท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่แปรเปลี่ยนตลอดเวลาและตามอุปนิสัยอันหลากหลายของผู้ขับ ด้วยชุดเกียร์ที่พัฒนาด้วยระบบ TCM นี้ ทำให้เรือนเกียร์ของ NAVARA มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบาทว่า แข็งแกร่งไร้ข้อผิดพลาด ซึ่งนิสสันพยายามเอาใจคอกระบะและรถหรูหราแบบ SUV โดยเฉพาะระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่มีสมรรถนะสูงแบบเดียวกับที่ใช้ใน มูราโน่, แพทโทรล, และรถสปอร์ตที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วของพวกเขา


4x4 แบบ Part Time พร้อมลิมิเต็ดสลิป ในสภาวะปีนป่าย ระบบ All Mode Switch 4x4 ควบคุมการทำงานด้วยไฟฟ้าที่กำลังได้รับการยอมรับว่าเป็นสุดยอดทั้งในยุโรป, อเมริกา และแอฟริกา จนเชื่อมั่นได้ว่าเหนือชั้นในทุกสภาพการขับตะลุย ด้วยฟังก์ชันแสนสะดวกสบายต่อการใช้งาน คุณสามารถเลือกตำแหน่งการขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับสภาพถนนได้แบบ Real time ด้วยปุ่มหมุนง่าย ๆ ให้คุณควบคุมหรือปรับเปลี่ยนจากระบบขับเคลื่อน 2 ล้อปกติ ไปสู่ 4L (Four Low ) เพื่อการปีนป่ายอย่างรวดเร็วง่ายดาย และเปลี่ยนจากขับเคลื่อน 2 ล้อที่ความเร็วสูง (2H) เพิ่มเป็นแบบ 4H (ขับ 4 ล้อบนไฮเวย์) เพื่อเพิ่ม Traction การยึดเกาะได้ทันที ในขณะรถวิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม. แต่หากคุณจะกลับมาลุย 4x4 เพื่อภารกิจปีนป่าย (4L) อีกครั้ง คุณต้องเริ่มที่การ "หยุดสนิท !" ของรถ พร้อมเลื่อนคันเกียร์ปกติไปเป็นเกียร์ว่าง จากนั้นชุดส่งกำลัง Four Low (4L) จะเริ่มทำงานสอดคล้องกับแรงบิดทรงพลังสุภาพตั้งแต่รอบต่ำ ทำให้สามารถทำกิจกรรม 4x4 ได้มั่นใจ มีประสิทธิภาพ ผ่านชุดเฟืองท้าย LSD ลิมิเต็ดสลิปที่โหดด้วยครีบระบายความร้อน เพื่อยืดอายุและลดความร้อนน้ำมันเฟืองท้าย ส่งผลให้เฟืองท้ายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดจากการทำงานเครื่องยนต์ที่รอบจัดและแรงเครียดสูงทั้งบนทางไกลและกลางป่าโหด

เคล็ดลับที่ทำให้กระบะกลายเป็น SUV ?


เคล็ดลับที่ทำให้กระบะกลายเป็น SUV ?
แน่นอนว่า การกลับมาพร้อมคำประกาศว่าจะมาเป็นที่ 3 ทำให้พ่อครัวหัวป่าของนิสสันต้องปรุงแต่งรสชาติของ FRONTIER NAVARA ให้เข้มข้นจนเป็นรถกระบะบรรดาศักดิ์ดุจ SUV ระดับคหบดีที่ขับสบายในชีวิตประจำวัน พร้อมสภาพงานบรรทุกและบุกตะลุยกลางลำเนาไพร ที่มีบทบาทเด่นด้านความนุ่มนวลทุก "ระบอบขับขี่" จึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่นิสสันใส่ใจและให้ความสำคัญสุด ๆ
เริ่มต้นด้วยโครงสร้างแชสซีใหม่เอี่ยม Zone Body Concept ทรงแอ่นกลางเพื่อกายภาพการดูดซับและผ่อนแรงกระแทก ออกแบบโดยคำนึงถึงการถ่วงสมดุลของน้ำหนักชิ้นส่วนต่าง ๆ ให้ต่ำ อันเป็นผลโดยตรงด้านการทรงตัวและยึดเกาะถนนเหนือชั้น ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นแบบอิสระ ปีกนกคู่สองชั้น (ย้ำ Double Wishbones แท้ ๆ) แบบรถสปอร์ตพันธุ์ 'R' พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง เน้นความนุ่มนวลทว่าแข็งแรงและทนทาน เพิ่มสัมผัสหน้ายางให้แนบติดถนนมากกว่า ขณะด้านหลังยัง "เหยียดแหนบ" ให้ยาวขึ้น พร้อมช็อคอัพไขว้แบบห้อยไว้ต่ำกว่าคานเพลาท้าย (ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ) ขณะที่รุ่น 4x4 วางตับแหนบไว้เหนือคานเพลาท้าย เพื่อส่งความสูงของตัวรถ พร้อมเพิ่มความสามารถในด้าน Off Road รวมทั้งการ "เหยียดแหนบ" เพื่อให้ช่วยดูดซับแรงกระแทกได้อย่างสุภาพ เพิ่มความนุ่มนวลยิ่งขึ้น
ปลอดภัยมากกว่า ? พร้อมกว่าด้วยอุปกรณ์ความปลอดภัย NAVARA ใหม่ เสริมไว้เต็มอัตรา อาทิ ถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า เสริมด้วยแกนพวงมาลัยยุบตัวขณะชนปะทะมาตรฐานสูงแบบเดียวกับรถนั่งเกรดสูง โคมไฟหน้า Bi-Zenon ให้แสงสว่างชัดเจนกว่า พร้อม Levelizer ปรับระยะแสงและความสูง-ต่ำได้ถึง 4 ระดับ ไม่รบกวนผู้ที่ขับขี่สวนทางมา ให้ทัศนวิสัยที่ดีกว่าในทุกสภาวะการขับขี่ ระบบเบรก LSV (Load Sensing Valve) ที่คอยตรวจจับการกระจายน้ำหนักของแรงกดบนล้อหน้าและล้อหลัง และจะปรับแรงดันน้ำมันเบรกในล้อหน้าและล้อหลังให้สมดุลกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรกสูงสุด ที่แจ๋วกว่าคือดิสก์เบรกหน้าแบบคาลิเปอร์ลูกสูบคู่ จานเบรกใหญ่ พร้อมช่องระบายความร้อนผ่อนแรงเหยียบด้วยหม้อลมเบรก 2 ชั้น พร้อมระบบป้องกันล้อล็อก ABS ช่วยให้หยุดรถอย่างมั่นใจ ควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกทั้ง 4 ล้อด้วยคอมพิวเตอร์ พร้อมระบบควบคุมและกระจายแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBD คอยบาลานซ์แรงดันน้ำมันเบรกล้อหน้าและหลังให้เท่ากัน เพื่อส่งประสิทธิภาพการหยุดในระดับปลอดภัยบนระยะเบรกสั้นลง

Test Team กลางพายุ !

Test Team กลางพายุ !
ท่ามกลางพายุฤดูร้อนความเร็วระดับ 50-55 กม./ชม. ขณะที่ NAVARA ขับ 2 และ 4x4 วิ่งตะลุยสู่เขื่อนขุนด่านปราการชล ด้วยความเร็วเดินทาง 100-140 และเพิ่มเป็น 185 กม./ชม. เมื่อสบโอกาสเพื่อ (แอบ) พิสูจน์ฝีเท้ากับ VIGO 4x4 ผลคือ เครื่องยนต์ 174 และ 144 แรงม้า/4,000 รอบต่อนาที ของทั้งสอง สามารถใช้แรงม้าระดับ 90% ที่ 3,550-3,600 รอบต่อนาที เพื่อพุ่งทะลุ 180 กม./ชม. ได้อย่างสบาย ขณะที่ NAVARA ยังมีเหลืออีก 400 รอบต่อนาที ที่อมเอาไว้เพื่อส่งให้มันปิดท้ายที่ความเร็ว 190 กม./ชม. บนมิติฐานล้อและระบบช่วงล่างที่พัฒนาขึ้นใหม่ (ให้สังเกตดูว่า นาวารา จะเหยียดกางทั้ง 4 ล้อไว้ตามมุมตัวรถ ทำให้มันเป็นกระบะที่ช่วงล้อยาว...ฐานล้อกว้าง ขณะที่ระยะยื่นตัวบอดี้น้อยที่สุดขณะนี้)




คุณจะสามารถเดินทางตามกฎหมายด้วยความเร็ว 100 กม./ชม. ด้วยรอบเครื่องยนต์เพียง 1,950-2,000 รอบต่อนาที (ผ่านเกียร์ละเอียด 1-4), 2,350-2,400 รอบต่อนาที ที่สปีด 120 กม./ชม. แม้จะเร่งถึง 140 กม./ชม. คุณก็เพียงใช้รอบไป 2,750-2,800 รอบต่อนาที ขณะที่คุณพอจะหนีตำรวจทางหลวงพร้อมใบสั่งโทษหนักแถว 160 ด้วยรอบ 3,150-3,200 และ 180-185 กม./ชม. ที่ 3,550-3,600 รอบต่อนาที ก่อนจะแซงกระบะ 3,000 เทอร์โบ เพื่อเป็นกำบังจากการไล่ล่าที่ 185 กม./ชม. ก็เป็นอันว่าหมด 3,600 รอบต่อนาที พอดีกับที่ "กล่องล็อก" เอาไว้พอดี...จบกัลล์ ! (ไม่ช้าก็จะมี Buddy ชุดปลดล็อกกล่องออกมาขายแน่นอน) อัตราเร่งด้วยเฟืองท้ายหย่อนไปนิด ๆ NAVARA พิชิตแดร็กเรซซิ่งบนแก้มยาง 255/70 R16 และกระทะ 16x 7J (เป็นรายแรกครับทั่น) เต็มสภาพรถกระบะทะลุ 402 เมตร เกิน 18 ไปถึง 19.29 วินาที ที่สปีด 117.8 กม./ชม.จากนั้นไม่นานมันก็คืนให้ในการเก็บระยะเร่ง 0-1,000 เมตร (1 กม.) ที่ 35.45 วินาที ที่สปีด 144.8 กม./ชม. (นี่ซี่ตัวจริงกระทิงแดง...อะ ๆ ๆ) อัตราเร่ง 0-60 กม./ชม. ใน 5.60 วิ. ด้วยระยะเร่งเพียง 50 เมตร, 0-100 กม./ชม. ใน 13.15 วินาที ที่ระยะเร่ง 115 เมตร, และ 0-120 กม./ชม. ใน 19.68 วินาที ที่ 422 เมตร นี่คือผลจากคอมพิวเตอร์เทอร์โบ VNT ที่แปรผันทันใจ

ประทับใจสุด ?


ประทับใจสุด ?

ใช่แล้วครับ NAVARA ขับ 2 และ 4x4 คู่ขวัญ Double Cab ทั้งคู่ ขณะถูกทดสอบบนเส้นทางเขื่อนขุนด่านปราการชล ตลอดจนฝ่าพายุฤดูร้อนความเร็วลมครึ่งร้อย !! ย่อมเป็นความประทับใจในสภาวะ "หลังเย็น" ของ GPI Test Team (โดยเฉพาะรุ่น "ขับ 2" ที่ยังปลอดภัยในความเร็วเกิน 100 ขณะต้องสะดุดยอดไม้ขนาดใหญ่ที่พุ่งขวางหน้า พวกเราประทับใจระยะยื่นสั้นที่ด้านหน้า (Short - Overhang) ที่สามารถม้วนยอดไม้ใหญ่ที่พุ่งเข้าปะทะเต็มเปา ก่อนที่วงล้อและยางขนาด 16 นิ้ว สามารถทับและวิ่งผ่านไปโดยปราศจากอันตราย คล้ายฟุตบอลที่ถูกคลึงด้วยสตั๊ดกลิ้งผ่านพื้นหญ้า พวกเราประทับใจกับความประหยัดเฉลี่ยเกิน 10 กม/ลิตร, ประทับใจระบบเกียร์ 6 สปีด และ A/T 5+1, ประทับใจช่วงล่างรถแข่งแบบ "ปีกนกคู่" , ประทับใจสัมผัสพวงมาลัยและระบบตอบสนองฉับไวต่างไปจากกระบะรายอื่น ๆ ทั้งยังประทับใจความปลอดภัยสารพัดสะดวกสบาย ฯลฯ และยังประทับใจฟิลลิ่งการหยุด บนยางและล้อแม็ก 16นิ้ว แม้จะไม่มีโอกาสบันทึกระยะหยุดอย่างเป็นทางการ เนื่องจากทางเปียกเอามาก ๆ...นั่นเพราะว่า NISSAN FRONTIER NAVARA มิได้ทุ่มทุนพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้ฝ่าฝืนกฎแห่งความปลอดภัย...และมันมีเป้าหมายสู่ปลายยอด TOP 3 ด้วยสารพัดสิ่งก้าวหน้าที่เปลี่ยนรถกระบะดีเซลให้กลายเป็น SUV สุดหรู...

สีรถที่ถูกโฉลกตามวันเกิด


วิธีแก้เคล็ด วิธีแก้เคล็ดสำหรับผู้ที่ใช้สีรถที่เป็นกาลกิณีวันเกิด เช่น คนเกิดวันอาทิตย์ ใช้รถสีฟ้า หรือสีน้ำเงิน เป็นต้น ให้หาสติกเกอร์ "สีที่เป็นศรี" ของวันเกิดของเจ้าของรถ เช่น คนเกิดวันอาทิตย์ มีสีเขียว เป็นศรี เป็นต้น เมื่อได้สีนั้นมาแล้ว ให้ตัดสติกเกอร์ให้ได้ขนาด 2x2 นิ้ว จำนวน 4 แผ่น แล้วเอาไปติดตำแหน่งของรถต่อไปนี้ แผ่นที่ 1. กระโปรงหน้ารถ (ตรงกลาง) 1 แผ่น แผ่นที่ 2. ติดที่กระโปรงหลัง (หรือฝาท้าย) แผ่นที่ 3. ติดที่ประตูหน้าซ้าย แผ่นที่ 4. ติดที่ประตูหน้าขวา สีที่เป็นศรีสำหรับคนเกิดวันต่างๆ 1. เกิดวันอาทิตย์ สีเขียว เป็น ศรี 2. เกิดวันจันทร์ สีดำ เป็น ศรี 3. เกิดวันอังคาร สีเหลือง เป็น ศรี 4. เกิดวันพุธ กลางวัน สีเขียวอ่อน เป็น ศรี 5. เกิดวันพฤหัสบดี สีส้ม เป็น ศรี 6. เกิดวันศุกร์ สีชมพู เป็น ศรี 7. เกิดวันเสาร์ สีน้ำเงิน เป็น ศรี 8. เกิดวันพุธ กลางคืน สีขาว เป็น ศรีดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้โดยที่นี่



คนเกิดวันอาทิตย์

- ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันอาทิตย์ ห้ามใช้ ศ ษ ส ห ฬ ฮ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี- เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 6 และเลข 3- ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันศุกร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอังคาร เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด- ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอาทิตย์รถสีแดงก่ำหรือสีแดงเลือดหมู เสริมสง่าราศี มากด้วยบุญญาบารมี มีอำนาจวาสนา คนนบนอบยำเกรงรถสีดำเสริมความน่าเคารพนับถือ เสริมดวงเรื่องทรัพย์สินเงินทอง การเงินรถสีขาว สีครีมเสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีม่วงเปลือกมังคุดเสริมดวงด้านศรัทธา ความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ และดวงเรื่องการเงินรถสีเขียวเสริมดวงให้คนรักเมตตา อุปถัมภ์ค้ำชู ช่วยเหลือทำให้สะดวกราบรื่นในเรื่องต่างๆรถสีบรอนซ์ สีเทา สีทองเสริมดวงเรื่องเมตตามหานิยม เสริมเสน่ห์ การสนับสนุนเกื้อกูลรถสีฟ้า สีน้ำเงินไม่ควรออกรถสีนี้ เพราะเป็นกาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

คนเกิดวันจันทร์

- ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันจันทร์ ห้ามใช้ สระทั้งหมด (เว้นไม้หันอากาศและตัวการันต์) เพราะเป็นอักษรกาลกิณี- เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 1 และเลข 5- ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอาทิตย์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพฤหัสบดี เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด- ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันจันทร์รถสีส้ม สีเหลืองแก่เสริมดวงเรื่องการเงิน ความมั่นคง ทุนทรัพย์ ราคาและคุณค่าที่จะเพิ่มพูนให้แก่ตนเองในปัจจุบันและภายภาคหน้ารถสีดำเสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีน้ำเงิน สีทองเสริมเสน่ห์ ผู้ใหญ่รักเมตตาและเอ็นดู มีแต่สิ่งที่เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรารถสีม่วงเปลือกมังคุดเสริมดวงด้านความสะดวกราบรื่นทุกอย่างรถสีชมพูเสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงานรถสีฟ้าเสริมดวงให้ประสพความสำเร็จในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงานรถสีเขียวอำนาจวาสนา บารมี เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับบัญชาคนรถสีแดงสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต
คนเกิดวันอังคาร

- ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันอังคาร ห้ามใช้ ก ข ค ฆ ง เพราะเป็นอักษรกาลกิณี- เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 2 และเลข 1 และห้ามเลข เพราะทะเบียนที่มีเลข จะมีเรื่องและเกิดอุบัติบ่อยๆ ทำให้เสียเงินทองหรือทำให้เจ้าของได้รับบาดเจ็บ- ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันจันทร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอาทิตย์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด- ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอังคารรถสีม่วงแก่เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดีรถสีดำเสริมดวงด้านพลังอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับรถสีบรอนซ์ สีเทาเสริมความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจรถสีทอง สีแสดเสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวงรถสีน้ำตาลเสริมดวงด้านความมั่นคงในชีวิต เช่นมั่นคงเรื่อง หลักทรัพย์ ทรัพย์สิน หน้าที่การงานรถสีเขียวเสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่งรถสีแดง สีชมพูเสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงานรถสีขาว สีเหลืองนวลเป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต
คนเกิดวันพุธ (กลางวัน 06.01-18.00)

- ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพุธ (กลางวัน) ห้ามใช้ จ ฉ ช ซ ฌ ญ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี- เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 3 และเลข 8- ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอังคาร เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางคืน) เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด- ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพุธ (กลางวัน)รถสีน้ำเงิน สีฟ้าเสริมดวงด้านความเคารพนับถือ ยกย่องยอมรับรถสีน้ำตาล สีทองเสริมดวงด้านพลังอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับรถสีขาว สีเหลืองอ่อนเสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงานรถสีเทา สีบรอนซ์เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวงรถสีดำเสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่นรถสีม่วงแก่เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดีรถสีเขียวเสริมดวงด้านเสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรารถสีชมพู สีแสดเป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต
คนเกิดวันพุธ (กลางคืน 18.01-06.00)

- ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพุธ (กลางคืน) ห้ามใช้ บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม เพราะเป็นอักษรกาลกิณี- เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 5 และเลข 4- ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพฤหัสบดี เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางวัน) เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด- ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพุธ (กลางคืน)รถสีชมพูเสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจรถสีดำเสริมดวงด้านความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานรถสีเทา สีบรอนซ์เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวงรถสีม่วงแก่เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงานรถสีน้ำเงิน สีฟ้าเสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่นรถสีแดง สีน้ำตาลเสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดีรถสีส้ม สีทองเป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต
คนเกิดวันพฤหัสบดี

- ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพฤหัสบดี ห้ามใช้ ด ต ถ ท ธ น เพราะเป็นอักษรกาลกิณี- เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 7- ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันเสาร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิด- ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพฤหัสบดีรถสีขาวเสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจรถสีแดงเสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวงรถสีเทา สีบรอนซ์เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่นรถสีฟ้าเสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดีรถสีเขียวเสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงานรถสีส้ม สีทองเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรารถสีดำ สีม่วง สีน้ำเงินเป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต
คนเกิดวันศุกร์

- ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันศุกร์ ห้ามใช้ ย ร ล ว เพราะเป็นอักษรกาลกิณี- เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 8 และเลข 7- ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางคืน) เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันเสาร์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด- ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันศุกร์รถสีเขียวเสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจรถสีสีแดง สีทองเสริมดวงด้านความก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานรถสีแดง สีชมพูเสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวงรถสีเหลืองเสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงานรถสีดำเสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่นรถสีน้ำตาลเสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดีรถสีฟ้า สีน้ำเงินเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรารถสีเทา สีบรอนซ์ สีม่วงเป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต
คนเกิดวันเสาร์

- ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันเสาร์ ห้ามใช้ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี- เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 4 และเลข 6- ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางวัน) เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันศุกร์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด- ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันเสาร์รถสีแดงเสริมดวงให้คนยอมรับเชื่อถือและไว้วางใจรถสีชมพูเสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงานรถสีน้ำเงิน สีฟ้าเสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวงรถสีทา สีบรอนซ์เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดีรถสีทอง สีเหลืองเสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่นรถสีดำ สีม่วงแก่เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรารถสีเขียว สีแสดเป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต